
ช่วงหยุดยาวหลายวันแบบนี้ หลายคนคงใช้เวลาในการไปทำบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาเป็นส่วนใหญ่
โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ที่คนทำงานมักจะอาศัยช่วงหยุดยาวแบบนี้กลับไปทำบุญที่บ้านเกิด รวมถึงการสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างคึกคัก
มากกว่านั้นในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็มักจะจัดกิจกรรมเนื่อง ในวันเข้าพรรษากันอย่างใหญ่โตมโหฬาร โดยเฉพาะภาคอีสาน เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว
สิ่งที่น่าเสียดายก็คือว่า หลายคนไม่มีโอกาสได้กลับบ้านหรือไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน เลยทำให้พลาดโอกาสในปีนี้
"มติชนออนไลน์" จึงรวบรวมกิจกรรมที่ชาวพุทธร่วมกันจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และสวยงามมาฝาก โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมที่เป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมที่เป็นการรณรงค์เนื่องในวันเข้าพรรษาปีนี้
เริ่มแรกจะพาไปดูที่จ.สุรินทร์ ได้ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนร่วมทำบุญตักบาตรบนหลังช้าง ที่ถือว่าแห่งเดียวในโลก ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง (ปุม-เจ้าเมืองสุรินทร์คนแรก) อ. เมือง จ. สุรินทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมหนึ่งที่จัดขึ้นในเทศกาลวันเข้าพรรษาของแต่ละปี และเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดควบคู่กับงานมหกรรมแห่เทียนเข้าพรรษา 84 ไอยราเทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน ซึ่งจะให้พระภิกษุสงฆ์จากวัดต่างๆ ในจ.สุรินทร์ นั่งกูบบนหลังช้าง 84 เชือกมารับบิณทบาตร จากกิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวชาติ

นอกจากการแห่เทียนพรรษาแล้ว ที่จ.ขอนแก่น ยังมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องในวันเข้าพรราา นั่นก็คือการงดดื่มสุรา โดยทางจังหวัดถือว่าเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติประจำปี 2554 เพื่อรณรงค์เลิกเหล้าตลอดชีวิตมากถึงจำนวน 84,000 คน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม "เทเหล้าเผาบุหรี่" ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ได้พร้อมใจกันนำข้อความสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ นำไปวางรวมกันในโลงศพ แล้วทำพิธีเผาทำลาย

ด้านจ.กาฬสินธุ์ พุทธศาสนิกชน ก็ได้ร่วมสืบสานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา โดยรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพุทธบูชาด้วยการรักษาศีล ฟังธรรม เจริญภาวนา ตั้งจิตอธิฐานกระทำความดีด้วยการลด ละ เลิก อบายมุขทั้งปวง ในการนี้ทาง จ.กาฬสินธุ์ นำโดยผู้ว่าราชการ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน และนักศึกษากว่า 2 พันคน ร่วมกันจัดงานสืบสานประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาประจำปี 2554 ซึ่งมีกิจกรรมการหล่อต้นเทียนพรรษา เพื่อนำถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ 9 วัด และการประกวดเทียนพรรษา

นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนในจังหวัดสกลนคร ร่วมทำพิธีปฏิฌาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา พร้อมแห่เทียนเข้าพรรษากันอย่างคึกคัก โดยในปีนี้ต้นเทียนได้เน้นลวดลายที่สื่อถึงพระพุทธศาสนาเช่นเดิม แต่มีการนำเทียนขี้ผึ้งเก่ามาใช้เพื่อเป็นการประหยัด ขณะที่รองผู้ว่าราชการจ.สกลนครพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมเทเหล้าทิ้งลงกระทะทองแดง เพื่อรณรงค์การงดเหล้าเข้าพรรษา

สำหรับขบวนแห่เทียน มีภาคราชการ องค์กรเอกชน และพุทธศาสนิกชนจากชุมชนต่างๆ 40 ชุมชน มากกว่า 10 ขบวน ซึ่งแต่ละขบวนได้จัดทำตกแต่งต้นเทียนพรรษาอย่างสวยงามและวิจิตร มีการแสดงโดยสื่อให้เห็น ถึงวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของท้องถิ่น และพระพุทธศาสนา อาทิ วิถีชีวิต การดำนา การหุงหาอาหารตามวิถีพื้นบ้าน จากนั้นได้แห่เทียนพรรษาไปตั้งไว้ในบริเวณวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร พระอารามหลวง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
ส่วนชาวพุทธที่จ.ศรีสะเกษนับพัน แห่กันไปปฏิบัติธรรมเบื้องหน้าพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ โดยทุกคนจะพากันนุ่งขาวห่มขาวนั่งวิปัสนากัมมัฎฐานและสวดมนต์ภาวนาถือศีล โดยมี หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต พร้อมด้วย คณะสงฆ์ นำพุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ยังมีการบวชชีพราห์ม และจัดทำพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอีกด้วย
ขณะที่จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 13.30น. ขบวนเทียนพรรษาที่ชนะเลิศในแต่ละอำเภอในจ.นครราชสีมานำมาจัดแสดงไว้ให้ ประชาชนได้ชมที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ก่อนจะเข้าประกวดในระดับจังหวัดเพื่อชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวแห่ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกอย่างคึกคัก

ในภาคกลาง ที่บริเวณริมคลองลาดชะโด อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ จัดประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษาทางน้ำ โเพื่อสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม อีกทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของอำเภอผักไห่ โดยมีเรือร่วมขบวนแห่เทียนกว่า 100 ลำ ทั้งเรือเล็กเรือใหญ่ ต่างตบแต่งด้วยดอกไม้ ผลไม้ อุปกรณ์ การจับสัตว์น้ำ อย่างสวยงาม ลากจูงต่อเป็นขบวนยาวเป็นช่วงๆ เริ่มต้นจากท่าน้ำหมู่บ้านคันทรีโฮม ไปตามลำคลองลาดชะโด ระยะทาง 4 กม. ไปสิ้นสุดที่ตลาดลาดชะโด ต.จักรราช อ.ผักไห่ จากนั้น ได้นำเทียนพรรษา ขึ้นบกไปถวายวัดลาดชะโด ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติและประชาชนสองฝั่งคลอง รวมทั้งช่างภาพที่มาเก็บภาพเพื่อส่งเข้าประกวดกันจำนวนมาก จากกิจกรรมดังกล่าวทำให้การจราจรติดขัดไปทั้งเมือง โดยผู้จัดคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 3 หมื่นคน และเงินจะสะพัดไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่าโรงแรม รีสอร์ต คนแห่จองห้องพักจนเต็ม

ที่จ.กาญจนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เป็นประธานในพิธีอัญเชิญเทียนจำนำพรรษาที่ได้รับพระ ราชทานจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี นำไปถวายที่วัดวังขนายทายิการาม อ.ท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีพระครูกาญจนสุตาคม เจ้าอาวาสวัดวังขนาย เป็นผู้รับถวาย ซึ่งเทียนพรรษานี้ทางวัดจะนำไปใช้ในช่วงเข้าพรรษาต่อไป

ส่วนที่วัดจันทาราม(ท่าซุง) อ.เมือง จ.อุทัยธานี บรรยากาศในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีพี่น้องประชาชนที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจากทั่วทุกสาร ทิศต่างทยอยเดินทางมาร่วมทำบุญกันอย่างเนืองแน่น ทำให้ลานจอดรถภายในวัดท่าซุงที่มีพื้นที่ 15 ไร่ แคบลงไปถนัดตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในวิหารแก้ว 100 เมตร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง และโลงแก้วบรรจุศพของพระราชพรหมยาน (วีระถาวโรมหาเถระ) หรือที่รู้จักกันในนามหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องเข้าคิวรอถวายสังฆทาน
ทางภาคเหนือที่จ.พะเยา ก็มีการทำบุญเนื่องในวันเข้าพรรษา ณ บริเวนหน้าวัดติโลกอาราม ริมกว๊านพะเยา ในเขตเทศบาลเมืองพะเยา โดยมีผู้เข้าร่วมทำบุญใส่บาตรข้าวเหนียว รวมไปถึงตักบาตรอาหารแห้ง โดยนิมนต์พระผู้ใหญ่ในพื้นที่ อ.เมืองพะเยา 13 ตำบล จำนวน 84 รูป เพื่อรับกิจนิมนต์ ท่ามกลางผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน


(ภาพบนขวา: www.sadoodta.com)
ที่บริเวณวัดอุไรรัตนาราม ต.บาเจาะ อ.บาเจาะจ.นราธิวาสได้ถือโอกาสเวียนเทียนกลางวันท่ามกลางแดดที่ร้อนจัด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ หากมีการเวียนเทียนกลางคืน กิจกรรมนี้ได้มีพระสงฆ์ ชาวบ้าน ทหาร พร้อมใจกันเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาในเวลากลางวันเวลา 12.00 น.

อย่างไรก็ตาม ในกรุงเทพมหานครเอง ชาวพุทธทั้งหลายต่างพาคนในครอบครัวไปทำบุญตักบาตรที่วัดในช่วงเช้ากันอย่าง หนาแน่น ส่วนในช่วงเย็นนั้นหลายวัดก็ได้เตรียมสถานที่ในการเวียนเทียน
เหนือสิ่งอื่นใด การทำบุญคงไม่ได้จำกัดในเรื่องของสถานที่หรือสิ่งของ แต่ควรมาจากจิตที่บริสุทธิ์มากกว่า
หวังว่าช่วงเข้าพรรษานี้ทุกคนคงจะได้อิ่มบุญกันอย่างถ้วนหน้า!!