ส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมือง

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

Friday, 17 December 2010

ศาลอุทธรณ์ไม่ประกันผู้ต้องหาเผาศาลากลางมุกดาหาร

ที่มา ประชาไท

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาคดีเผาศาลากลางมุกดาหาร อ้างคดีมีอัตราโทษสูง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยอาจหลบหนี หลังฟังคำสั่งศาลนักโทษแดงหยุดหายใจหามส่งโรงพยาบาลอีกราย

วันที่ 16 ธ.ค.53 ศาลจังหวัดมุกดาหารเบิกตัวผู้ต้องหาคดีเผาศาลากลาง 18 ราย ขึ้นฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ตามที่ทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขออุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 3 ธันวาคม 2553 ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องขังในคดีดังกล่าว

ประมาณ 10.00 น. ผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีใจความว่า “พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จำเลยที่....อาจหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่...ในระหว่างพิจารณา คดี คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ยกคำร้อง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฟังคำสั่งศาล ผู้ต้องหาทั้งหมดได้ลงมาที่คุกใต้ศาลเพื่อรอกลับเรือนจำ สังเกตได้ว่าหลายรายมีอาการผิดหวังและเครียด ต่อมา เวลาประมาณ 14.30 น. นายนพชัย พิกุลศรี ผู้ต้องขังรายหนึ่งได้เกิดหมดสติไป เพื่อนผู้ต้องขังได้เรียกให้ญาติแจ้ง ตำรวจที่คุมอยู่ จนท.ตำรวจเข้าไปดูอาการแล้วออกมาโดยไม่ทำอะไร ญาติจึงได้ โทรประสานทนายให้ช่วยเหลือ จากนั้นประมาณ 10 นาที จึงมีรถตำรวจมารับตัวนายนพชัย ซึงระหว่างที่เคลื่อนย้ายนายนพชัยออกมาจากห้องขัง ญาติสังเกตเห็นว่านายนพชัยหยุดหายใจ จึงได้ทำการปั๊มหัวใจไประหว่างทางที่ ส่งตัวนายนพชัยไปเรือนจำ เพื่อให้เรือนจำทำเรื่องส่งตัวไปโรงพยาบาลมุกดาหาร

นายศักดิ์ ลุณริลา ญาติของผู้ต้องขังรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ปั๊มหัวใจ เปิดเผยว่า ได้ปั๊มหัวใจไปตลอดทาง บางครั้งต้องให้รถตำรวจหยุดเนื่องจากปั๊มหัวใจไม่สะดวก ใช้เวลาประมาณ กว่า 30 นาที นายนพชัยจึงค่อยหายใจอีกครั้ง

จากนั้น รถพยาบาลของโรงพยาบาลมุกดาหารจึงได้มารับตัวนายนพชัยไปจากเรือนจำ หลังจาก แพทย์ทำการตรวจแล้ว พบว่า ความดันปกติ หัวใจปกติ จึงลงความเห็นว่านายนพชัยช็อคจากอาการเครียด และให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการต่อไป

นางเสงี่ยม พิกุลศรี ภรรยานายนพชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่านายนพชัย เคยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลจิตเวชมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อประมาณปี 2547 ในขณะที่ยังไม่ได้อยู่กินกับเธอ