อนาคตประเทศไทย..-[ภาพซ้าย]เด็กน้อยไร้เดียงสาที่เข้าร่วมกิจกรรมม็อบหลากสีที่สวนจตุจักรวานนี้ เรียกร้องรัฐบาลปราบปรามเสื้อแดงเด็ดขาดภายใน 7 วัน(ภาพ:เวบผู้จัดการ) [ภาพขวา]เด็กน้อยไร้เดียงสายังเพลินเล่นอยู่ในบริเวณที่ชุมนุมคนเสื้อแดง ย่านราชประสงค์วานนี้ ขณะที่วิกฤตการณ์ทวีความตึงเครียดขึ้นและนำไปสู่หนทางตัน เมื่อรัฐบาลได้ปฏิเสธข้อเสนอเพื่อการรอมชอมจากคนเสื้อแดง ซึ่งต่อมาได้ประกาศพร้อมจะต่อสู้อย่างเต็มที่(ภาพข่าว:AFP)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชนออนไลน์
25 เมษายน 2553
สำนักข่าวต่างประเทศยังคงเกาะติดสถานการณ์การเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ส่วนใหญ่จะเห็นว่าสถานการณ์ตึงเครียดผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากมีความพยายามจะเปิดการเจรจารอบใหม่กันขึ้น ก็ยังมีสื่อต่างประเทศบางส่วนเห็นว่า ความพยายามที่จะสลายการชุมนุมยังคงมีอยู่
ซูจีเปรยได้เจ็บพม่ากำลังตามก้นไทยแล้ว
นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของประเทศพม่า ได้แสดงจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ของรัฐบาลทหารพม่า โดยเปรียบเทียบกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
"รัฐบาลใหม่ที่ขึ้นมามีอำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งเขียนโดยกองทัพนั้นจะไม่มีทางมีเสถียรภาพ ไม่ต้องดูอื่นไกล เราดูแค่สถานการณ์ในไทยก็ได้ ทักษิณคือผู้ที่ประชาชนเลือกตั้งเข้ามา แต่กองทัพกลับยึดอำนาจจากคนที่ชนะการเลือกตั้ง แล้วรัฐธรรมนูญก็ถูกเขียนขึ้นมาใหม่โดยทหาร"นายยาน วิน อ้างคำกล่าวของนางซูจี
"หลังจากนั้น อะไรเกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดแรกภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ของไทย? รัฐบาลชุดนั้นไร้เสถียรภาพ นี่คือผลที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นโดยกองทัพ"นางซูจีกล่าวในที่ประชุม
ชาติอาเซียนผ่าทางตันตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจเลือกตั้งใหม่
หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์ รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวใกล้ชิดกับกองทัพไทยผู้หนึ่งระบุว่า การชุมนุมที่แยกราชประสงค์จะถูกแก้ไขแล้วเสร็จภายใน 48 ชั่วโมงนี้ โดยรายงานชิ้นเดียวกันนี้ระบุว่า รัฐบาลกำลังได้รับแรงกดดันจากหลายๆ ด้านให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดกรณียิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่พื้นที่สาธารณะที่ถนนสีลมก่อนหน้านี้
ทางด้านนางเหงียน ฟอง งา โฆษกกระทรวงต่างประเทศเวียดนาม เป็นประเทศล่าสุดที่แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในไทย โดยระบุว่า ทางการเวียดนามในฐานะประธานอาเซียนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในไทยใช้ความอดทนอดกลั้น หลีกเลี่ยงจากความรุนแรงและแก้ไขความขัดแย้งด้วยการเจรจาอย่างสันติ เพื่อนำประเทศกลับสู่ความมีเสถียรภาพที่จะยังประโยชน์ให้แก่ชาวไทยทั้งมวล
ทางด้านสำนักข่าวอันตาราของทางการอินโดนีเซียเผยว่า นายอับดิลเลาะห์ โทฮา อดีตประธานองค์การความร่วมมือระหว่างรัฐสภา (บีเคเอสเอพี) ของอินโดนีเซีย ออกมาเรียกร้องให้สมาชิกของอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย รีบให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขสถานการณ์ในไทยโดยเร็ว
นายโทฮาระบุว่า สมาชิกอาเซียนที่ประกอบด้วย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ซึ่งไม่ได้มีชายแดนติดกับไทย ควรรวมตัวกันเป็นทีมเฉพาะกิจ กระตุ้นให้เกิดการเจรจากันระหว่างฝ่ายขัดแย้งในไทย เพื่อหาทางออกที่คู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับ ซึ่งอาจจะเป็นการจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยมีคณะกรรมการนานาชาติทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบการเลือกตั้งที่อาจจะจัดขึ้นในช่วงเวลาที่คู่ขัดแย้งเห็นตรงกันระหว่างเวลานี้เรื่อยไปจนถึงเดือนธันวาคมปีนี้ โดยระหว่างนั้นควรจัดให้มีรัฐบาลเฉพาะกิจที่มีทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันทำหน้าที่บริหารประเทศชั่วคราว
ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวสอดคล้องกับแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL)
อันเฟรลเสนอทางออกและแผนการเลือกตั้ง ชี้วิน-วินทุกฝ่าย
เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรีนำเสนอโรดแมพสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าให้พิจารณา โดยระบุว่าเป็นทางออกที่ชนะทุกฝ่าย
เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections or ANFREL) เผยแพร่แถลงการณ์ว่าด้วย ทางออกและแผนการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมให้กับรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างเท่าเทียมกัน มีรายละเอียดดังนี้
0000
แถลงการณ์
Road Map for Peaceful Solution and Win/Win Game
for Thai Government and Red Shirts
17 เมษายน 2553
เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (Asian Network for Free Elections or ANFREL)ทางออกและแผนการการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ให้กับให้กับรัฐบาลและกลุ่มเสื้อแดง
หลายฝ่ายได้เสนอให้เปิดการเจรจารอบที่สามระหว่าง รัฐบาลไทยและผู้แทนคนเสื้อแดง ทางอันเฟรลเชื่อมั่นว่าสังคมไทยมีทางออก โดยสามารถจัดทำแผนการการลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมให้กับรัฐบาลและกลุ่มเสื้อแดงอย่างเท่าเทียมกัน
ซึ่งข้อเสนอดังต่อไปนี้น่าจะเป็นที่ยอมรับได้ของทุกฝ่าย และเดินหน้าเลือกตั้งได้อย่างอิสระเสมอภาคโดยประชาชนไทยต้องร่วมกันสร้างบรรยากาศประชาธิปไตยโดยไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ ด้วยความเชื่อมั่นที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยที่ปราศจากความรุนแรง
เนื่องด้วยคู่กรณีอาจจะกังวลว่าการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏรในครั้งต่อไปนี้จะทำให้รัฐบาลได้เปรียบกว่าพรรคการเมืองที่ฝ่ายเสื้อแดงสนับสนุนอยู่ เพราะรัฐบาลอาจจะใช้กลไกของรัฐอำนวยความสะดวกให้ตนได้คะแนนเสียงมากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็เกรงว่าจะลงพื้นที่เลือกตั้งไม่ได้ในทุกจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดต่างๆในภาคเหนือและอีสาน ซึ่งเสื้อแดงเองก็กังวลเช่นกันว่าอาจจะลงไปหาเสียงภาคใต้ไม่ได้ ส่วนประชาชนและผู้สมัครรับการเลือกตั้งและหัวคะแนนก็เกรงกลัวอย่างยิ่งว่าจะเกิดความรุนแรงปะทะกันระหว่างการหาเสียง หรือในวันเลือกตั้ง อันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งที่ฝังลึกเป็นความเกลียดชังอยู่ในขณะนี้
ซึ่งเป็นความกังวลที่จะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากกลัวความรุนแรงจนไม่อยากออกมาใช้สิทธิเช่นกัน และนั่นย่อมจะทำให้ผู้จัดการเลือกตั้งทุกจังหวัดประสบความล้มเหลว เพราะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้จนทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ หรือต้องมีการเลือกตั้งใหม่มากมายในหลายจังหวัด บรรยากาศการเมืองในระยะเปลี่ยนผ่านดังนี้เป็นประสบการณ์ที่ประเทศไทยและในหลายประเทศกำลังประสบปัญหานี้มาตลอด
เพื่อไม่ให้เหตุการณ์การสูญเสียในชีวิตและเงินงบประมาณของรัฐ และเพื่อให้เกิดบรรยากาศความสมานฉันท์ ก่อนการยุบสภา จึงเสนอให้ทั้งสองฝ่ายถอยกันคนละก้าวเพื่อเปิดทางให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการเมืองของประเทศไทย โดยยอมให้มีการจัดตั้งกลไกเพื่อให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรมกับพรรคเล็กและฝ่ายค้านเป็นสำคัญ เพราะรัฐบาลย่อมมีความได้เปรียบอยู่แล้ว โดยมีขั้นตอนที่ประเทศต่างๆได้นำมาใช้เป็นกลไกให้เกิดการเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรม ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วดังนี้
ทั้งสองฝ่ายต้องยุติความขัดแย้ง เริ่มต้นด้วยการเจรจาเรื่องกลไกการเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรมก่อนการยุบสภา และต้องให้เวลาในการจัดกลไกต่างๆเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม
กลไกดังกล่าวอาจจะเป็นการให้มี พรบ.พิเศษ กำหนดให้มีคนกลางขึ้นมาสร้างความเป็นธรรมในการเลือกตั้งและเป็นที่ยอมรับของสังคม ที่เรียกว่า Non Party Care Taker Government หรือรัฐบาลรักษาการณ์ (1) ขึ้นมาคุมอำนาจในทุกกระทรวง เป็นระยะเวลา60 วันก่อนการเลือกตั้ง และ 30 วันหลังการเลือกตั้งเพื่อสร้างสูญญากาศให้ทั้งสองฝ่ายกลับคืนสู่พรรคตนเอง ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลจะตกอยู่ในสภาวะพรรคการเมืองและผู้สมัครรับการเลือกตั้งธรรมดาๆ ทำการหาเสียงเลือกตั้งในระยะเวลา 60 วันนี้เท่านั้น รัฐบาลรักษาการณ์จะไม่มีอำนาจสั่งการให้ผู้ใดทำการเอื้อประโยชน์แก่ตนในการหาเสียงอย่างเด็ดขาด รัฐบาลรักษาการณ์น่าจะมีมากกว่า 10 คนจะคุมเจ้าหน้าที่ในกระทรวงต่างๆ ให้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนตามปกติ เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวผู้แทนจากรัฐบาลรักษาการณ์เพราะไม่�
