ส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมือง

ข่าวจากสื่อ

บทความจากสื่อ

Wednesday, 14 April 2010

ข้อมูลสนามเพิ่มเติมจากคนในเหตุการณ์ 10 เม.ย.

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
13 เมษายน 2553

เหตุการเสียชีวิตนายวสันต์ ภู่ทอง ถูกยิงที่หัวจนกะโหลกแตก โดย สิงห์สนามหลวง

"เกริ่นนำ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ถนนดินสอ (แยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย) ภายหลังจากที่มีแก๊สน้ำตาตกใส่ลงไปในรูรถหุ้มเกราะจนทหารต้องเผ่นหนีลงมา(ดูภาพที่1) ตามกระทู้ "Clip นาทีปะทะกัน" ที่ผมตั้ง และผมได้บรรยายรายละเอียดคลิปไว้ในความคิดเห็นล่างๆกระทู้นั้น หลังจากนั้นไม่นานจะมีการยิงปืนดังขึ้น ทั้งๆที่คนเสื้อแดงกำลังเปิดเพลงเต้นกัน และมีเสียงยิงปืนเป็นระยะ ก่อนที่จะมีเสียงระเบิดเกิดขึ้น และทำให้ทหารเริ่มวิ่งหนี (ดูภาพที่ 2) ในภาพนี้เราจะเห็น Hiro Muramoto เดินสวนทางออกไปเพื่อไปอยู่ในแนวผู้ชุมนุม และโดนลูกหลงมาจากการยิงทางฝั่งทหารด้วย

ภาพที่ 1 - แก๊สน้ำตาตกลงไปในรูรถหุ้มเกราะคันกลางทำให้ทหารเผ่นลงจากรถ


ภาพที่ 2 - มีเหตุการณ์ระเบิดทำให้ทหารวงแตกวิ่งถอยเข้ามา แต่เราจะได้เห็น Hiro Muramoto เดินสวนออกไปทางฝั่งกลุ่มเสื้อแดง

ภาพที่ 3 - จะพบว่ามีทหารใส่เสื้อแดง (แดงเทียม) อยู่ในกลุ่มทหารที่ได้รับบาดเจ็บ


หลังจากที่ทหารได้ล่าถอยออกมา ก็มีการพยาบาลคนบาดเจ็บ จะพบว่ามีทหารใส่เสื้อแดง (แดงเทียม) อยู่ในกลุ่มทหารที่บาดเจ็บ (ดูภาพที่ 3) เหตุการณ์ต่อเนื่องทั้งหมดนี้ให้ดูได้จากคลิปฉบับเต็มAVSEQ01 และจากคลิปตามลิงก์ด้านล่างนี้ที่ผมตัดมาจากคลิป AVSEQ01
Red Shirt v Army April 10 2010 Part7 (Who kill him?)

ขอให้นำไปเทียบเสียงสเตปการยิงกับคลิปที่เสื้อแดงถูกยิงล้มลงแล้วหัวเปิดสมองไหลออกมา จะพบว่า

1. เสียงสเตปจังหวะปืนตรงกัน 7 นัด
2. ทิศทางการเดินมาด้านซ้ายมือของจอภาพ (จากกลาง) โดยที่ยังถือธงอยู่
3. ควบคู่ไปกับมีทหารนายหนึ่งวิ่งออกมาตรงกลางยิงปืนเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม (7 นัด)
4. ภายหลังเสียงปืนสิ้นสุดลง เสื้อแดงก็ล้มลงโดยมีทิศทางการล้มหัวไปด้านขวาของภาพ
5. ได้ยินเสียงทหารพูด "พอแล้วๆ" กับ clip เต็ม ไม่แน่ใจว่าใช่คำว่า "ยิงมันเลย" (เสียงออกเหน่อๆ)
6. ทหารเมื่อยิงเสร็จก็ทำการถอยออกมา






จากภาพรอยกระสุนเข้า เมื่อนำมาเทียบกับคลิป จะพบว่าทิศทางดังกล่าวมาจากฝั่งทหาร


เหตุการณ์เล่าโดยคุณสิงห์สนามหลวง

http://www.youtube.com/watch?v=czeGy8E-01s

ขอเล่าเหตุการณ์ที่มาของการยิงครั้งนี้นะครับ ตั้งแต่เย็นทหารก็ใช้ปจว.กระจายเสียงให้พี่น้องกลับบ้าน ไล่มาจนราวเกือบสองทุ่ม ไอ้ผมก็คิดอยู่ในใจว่า ไหนมาร์คมันบอกจะยึดพื้นที่ผ่านฟ้าคืนภายใน 6 โมงเย็น พอเลย 6 โมงเย็น ทุ่มกว่าๆ ผมก็คิดว่าทหารน่าจะใส่เกียร์ว่าง สักพักรถปจว.ของทหารก็กระจายเสียงขอให้สลายการชุมนุมเดี๋ยวนี้ ทหารจะใช้กำลังสลายแล้ว ประกาศสัก 3 ครั้ง เสียงปืนก็ดังอย่างที่เห็นล่ะครับ

ตอนเกิดเหตุการณ์ผมยืนอยู่หน้ารถ หุ้มเกราะตรงแนวทหารพอดี ด้านหลังเป็นรถกระบะของพี่น้องเสื้อแดงที่เอามาขวางรถหุ้มเกราะ ผมไปไหนไม่ได้ ในขณะที่แนวหลังเริ่มเผ่น ผมตัดสินใจนอนราบกับฝากระโปรงแล้วถ่ายรูปทหารยิงปืนต่อ (กลัวมอบกับพื้นแล้วรถหุ้มเกราะมองไม่เห็น มันจะเหยียบผมแบนเอา ผมเลยต้องตัดสินใจนอนราบกับพื้นที่สูงๆ คือหน้ากระโปรงเอาไว้ก่อน)

พอมีระเบิดควัน หรือแก๊สน้ำตามาตกข้างรถตามคลิปที่ชมเท่านั้นล่ะครับ ผมก็ต้องเผ่นล่ะ เพราะฤทธิ์มันทำให้ระคายเคืองและแสบสุดๆ พอถอยตั้งหลักได้ ทหารเริ่มกรูออกมาเพื่อขยายพื้นที่ แต่พี่่น้องเสื้อแดงก็รวมตัวติด หลังจากเผ่นหนีเมื่อมีการยิงปืนในเที่ยวแรก จนทหารต้องถอยขบวนกลับไปอยู่ที่แนวเดิม

ปะทะกันตอนรถแกนนำเพิ่งมาถึง (เพิ่งเปิดเพลงเพื่อดิ้นกันยังไม่ทันได้ทำอะไร)

ในการปะทะกันครั้งแรก ไม่มีแกนนำจากเวทีใหญ่มาปราศรัยควบคุม ได้แต่อาศัยการ์ดเท่านั้น บวกกับตัวผมเองที่เนียนเป็นนักข่าว คอยห้ามปรามไม่ให้พี่น้องยั่วยุทหาร หรือขว้างปาสิ่งของ และคอยบอกพวกทหารอย่ายิงปืน ตอนเย็นสถานการณ์ก็โอเคครับ มีการแจกน้ำให้ทหารกิน แจกบุหรี่แบ่งกันสูบ แต่ตอนที่ทหารเริ่มสลายการชุมนุม ก็เริ่มตึงเครียด แกนนำเวทีใหญ่ก็ไม่โผล่สักคน ให้ผู้ชุมนุมเสี่ยงตายกันตามลำพัง

แต่พอรถแกนนำ ชื่อไวพจน์หรือเปล่าไม่แน่ใจ เพิ่งมาถึงและเปิดเพลงให้ผู้ชุมนุมเต้นผ่อนคลายกัน เพลงยังไม่ทันจบ ทหารก็เริ่มยิงปืนเพื่อสลาย แต่ครั้งนี้พี่น้องเสื้อแดงไม่กลัวตายครับ กลับวิ่งเข้าใส่รถหุ้มเกราะและแนวทหาร ทหารระดมยิงเป็นระยะๆ มีสมารท์บอมบ์ดังมากตกใกล้เคียงบริเวณที่ผมยืนอยู่ สลับกับเสียงปืน M16 บนรถหุ้มเกราะที่ยิงมาไม่ขาด

สักพักผมเห็นแก๊สน้ำตาที่ถูกยิงมาจาก ฝั่งทหารตกเข้าใส่รถหุ้มเกราะตรงรูพอดี เท่านั้นล่ะทหารรถหุ้มเกราะคันกลางก็เผ่นออกจากรถทันที คงตกใจไม่รู้ว่าเป็นระเบิดอะไร ส่วนรถหุ้มเกราะซ้ายมือ (มีจอดเรียงหน้า 3 คัน) เมื่อเห็นคันแรกเผ่น ทหารก็เริ่มเผ่นตาย เหลือทหารอีกนายควักปืนสั้นออกมาจ่อขู่ผู้ชุมนุมไม่ให้เข้าใกล้ พร้อมยิงขึ้นฟ้าขู่เป็นระยะ สุดท้ายต้องยอมจำนน (เพราะเผ่นหนีไม่ทัน)

สำหรับทหารอีกหนึ่งนายที่อยู่ในรถหุ้มเกราะคันกลางที่ถูกฝั่งตัวเองยิงแก๊สน้ำตาตกเข้าไป น่าจะทำอะไรไม่ถูก ผสมกับสำลักแก๊สน้ำตา ภายหลังคนเสื้อแดงเข้าไปช่วยออกมา และมีการ์ดคอยกันไม่ให้ถูกทำร้าย

ปะทะกันเป็นระยะ มีเสียงปืนดังไม่ขาดสาย

คลิปนี้ ผู้ชุมนุมยึดพื้นที่แนวทหารได้ (บริเวณรถหุ้มเกราะ) ช่วงหลังทหารเริ่มทำการยิงตอบโต้อีกครั้ง ครั้งนี้เองที่มีผู้เสียชีวิตสองสามรายแรกที่ถูกแบกออกมา (ถูกยิงหัวแบะ)

คนเจ็บถูกแบกออกมาเป็นระยะ

ระหว่างนี้เองที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถูกแบกออกมา โดยที่ทหารยังยิงอยู่เป็นระยะๆ สักพักแบตผมก็หมด อยู่ดีๆ มีคนที่ยืนข้างๆ ผม บอกผมว่า "พี่ผมถูกยิง" พร้อมกับเปิดเสื้อให้ผมดูเห็นรอยกระสุนและเลือดไหลออกมา การ์ดจึงรีบนำตัวไปส่งโรงพยาบาล ยังไม่ทันหันหน้ากลับ วัยรุ่นเสื้อดำที่อยู่ถัดไปก็ล้มฟุบลงอย่างรวดเร็ว ข้างๆ มีผู้หญิงยืนอยู่ก็ตกใจร้องให้คนช่วย เมื่อมีคนเปิดดูบาดแผลก็พบว่าถูกยิง และพาตัวนำส่งโรงพยาบาล ทั้งสองคนที่ถูกยิง ยืนอยู่หลังรถหุ้มเกราะ

ถ้าจะถูกยิงน่าจะถูกยิงมาจากดาดฟ้าตึกที่มีทหารซุ่มอยู่และคอยยิงลงมาเรื่อยๆ ผมจึงรู้ว่าที่ตรงนั้นไม่ปลอดภัยแล้ว ผมจึงถอยมาหลบหลังรถกระบะที่อยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ (อนุสาวรีย์มีร่องรอยกระสุน m16 หลายจุดเหมือนกัน) แกนนำแม้จะประกาศว่า มีการเจรจาหยุดยิง แต่ทหาร ณ จุดที่เกิดเหตุไม่เชื่อ ยังยิงเป็นระยะๆ อีกสักพัก เสียงปืนถึงจะสงบ จากนั้นบนเวทีก็มีการชี้แจงเรื่องเจรจาหยุดยิง และอื่นๆ อีกมากมาย ที่บ้านก็โทรศัพท์มารายงานยืนว่ามีการเจรจาหยุดยิงจริง ไก่อู พ.อ.สรรเสริญ เป็นคนพูดจริง

เมื่อผมได้ยินเช่นนั้นและ เหตุการณ์สงบลงจริง เสียงปืนหยุด ผมจึงคิดว่าคืนนี้ทหารคงไม่ทำอะไรแล้ว เท่านั้นล่ะครับ ระหว่างทางที่จะเดินกลับบ้านไปเรียก taxi เห็นคนยืนเข้าแถวรับอาหารอยู่ ผมก็ไม่รอช้ารีบไปยืนต่อแถวรับอาหารมารับประทานทันที เมื่อทานเสร็จก็ไปต่อแถวเอามากินอีกจาน ถึงค่อยเดินออกมาเรียก taxi



กรณีการล้อมจับทหารที่ซุ่มยิงประชาชนจากบนตึก