ที่มา Thai E-News
โดย คุณวาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ที่มา เวบไซต์ vattavan
4 ตุลาคม 2552
....ผมมีเรื่องเศรษฐกิจ มาปรับทุกข์กับท่านผู้อ่าน เพราะอึดอัดใจกับการดำเนินงานของรัฐบาล ที่มีนายมาร์ค มุกควาย เป็นผู้นำ ซึ่งได้ก่อร่างสร้างหนี้จำนวนมหาศาล ให้กับประเทศเรา โดยอ้างว่า
จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กลับนำมาถลุง ด้วยการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้จากโครงการต่างๆ ดังที่ได้เล่าให้ท่านผู้อ่านฟังไปแล้ว แต่หนทางชำระหนี้นั้น ดูช่างมืดมนอนธการจริงๆ
ทำไมผมจึงว่าอย่างนั้น? ...ตอบได้ว่า
รัฐบาลโลซกคณะนี้ ได้ตั้งสมมติฐานเอาไว้ว่า เศรษฐกิจไทยที่ทรุดตัวตามเศรษฐกิจโลกนั้น อาจพลิกฟื้นคืนขึ้นมาได้ หากเศรษฐกิจของสหรัฐนั้นดีขึ้น
เอาเศรษฐกิจบ้านเรา ไปผูกติดกับอเมริกันเต็มที่!
เหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า สหรัฐเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของของเรา อีกทั้งรายได้หลักของไทย ส่วนใหญ่มาจากการ “ส่งออก” เป็นหลัก แต่เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐประสพปัญหา กำลังซื้อของประเทศยักษ์ใหญ่ก็ถดถอยลง อเมริกันชนตกงานเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ไม่ตกงาน แต่รายได้ก็ลดลง คนอเมริกันจึง “ประหยัด” มากขึ้น ซึ่งผมเคยเล่าให้ฟังว่า ยอดขายของสตาร์บัคส์ ร้านกาแฟราคาแพงลดลงอย่างมาก แต่ฟาสต์ฟูดส์อย่างพวกแฮมเบอร์เกอร์ กลับขายดีมากขึ้น
นั่นแสดงว่าคนอเมริกันงดบริโภคของแพง ของฟุ่มเฟือยต่างๆ และเลือกการกินฟาสต์ฟู้ดส์ ซึ่งราคาถูกแต่กินอิ่ม ทดแทนการออกไปหารับประทานตามภัตตาคารนอกบ้าน หรือไปนั่งทอดหุ่ย จิบกาแฟราคาแพงอย่างสตาร์บั๊คส์
ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินชื่อของ ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์สองคน ซึ่งนักการเงินการธนาคาร รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์ไทยต่างเป็นปลื้มมาก คือ
พอล ครุกแมน (Paul Crugman) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย Princeton แต่กลับเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในฐานะคอลัมนิสต์ปากกล้า ในบทความกึ่งวิชาการให้กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทมส์
ส่วนอีกคนหนึ่ง คือ โจเซฟ สติ๊กลิสต์ (Joseph Stiglitz) ซึ่งขณะนี้สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นครนิวยอร์ก (ที่ล็อบบี้ยิสต์กระทรวงการต่างประเทศ เดินแต้มให้นายอภิแสบ ไปยืนเกาะโพเดียมพูด คราไปเยือนสหรัฐไม่กี่วันมานี้)
ทั้งสองคนเคยมาปาฐกถาเมืองไทย แต่ทั้งคู่ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ
ประเทศผู้ส่งออกจะมีปัญหา เพราะผลิตสินค้าได้ แต่ไม่รู้จะไปขายใคร เพราะชาติที่เคยเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ ต่างต้องประสพภาวะ “ยากจน” กันถ้วนทั่ว
พอล ครุกแมน ถึงกับพูดว่า สินค้าที่ชาติผู้ผลติจะขายได้อย่างเคย ต้องมี “คนจาก ‘ดาวอังคาร’ มาซื้อ!”
ความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ทั้งสอง ได้รับการยืนยันโดย ทิมโมธี ไกธ์เนอร์ (Timothy Geithner) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐ ซึ่งเคยศึกษาในประเทศไทย พูดภาษาไทยได้คล่องแคล่ว ได้ออกมาตอกย้ำชัดเจนในที่ประชุม จี 20 โดยเขาได้กล่าวว่า
การเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ จะอาศัยการ “ส่งออก” เป็นหลักต่อไปไม่ได้ โดยแต่ละประเทศจะต้องเน้นเรื่องการออมแทนการใช้จ่าย เป้าหมายการออมมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 40 ของรายได้
แผนการเงินของโลก จะต้องมีการปฏิรูปกันใหม่หมด!
ดังนั้น ฝันของนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม ที่จะหวังให้คนอเมริกันจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น สินค้าไทยจะได้ขายดีในสหรัฐ ไม่ใช่เรื่องที่คาดหวังกันไม่ได้อีกต่อไป เพราะอเมริกันชนต้อง “ประหยัด” กันแน่
รัฐบาลไทยจึงไม่ควรยุยง ส่งเสริมให้ผู้คนออกมาใช้จ่าย แต่พึงแนะนำประชาชน “เก็บออม” กันให้มากขึ้น เพราะอนาคตข้างหน้า โลกอาจต้องยากจนลง และไทยเราก็ต้องประสพชะตาเดียวกันกับชาติอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน
ถ้าท่านผู้อ่านจำได้ ผมเคยเล่าให้ฟังว่า นักการคลังของญี่ปุ่น ได้ออกมาเตือนว่า แม้เศรษฐกิจจะฟื้นกลับขึ้นมา แต่อย่างหวังว่าจะดีเป็นปกติเหมือนเดิม จึงขอเตือนรัฐบาลโลซก ให้รับรู้ว่า
อย่าคิดว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของตัว จะสัมฤทธิ์ผล เพราะเศรษฐกิจยากที่จะคืนดี และก้าวหน้าเหมือนเมื่อครั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เศรษฐกิจของชาติเรารุ่งเรืองสุดขีด หนี้สินของชาติได้รับการชำระล้าง เครดิตของประเทศ กลับมาเป็นที่น่าเชื่อถือในสังคมโลก!
แม้รัฐบาลโลซกของมิสเตอร์มุกควาย จะผลาญงบประมาณของชาติ ด้วยการโฆษณาผลงานเก๊ๆ ของตัวมากมาย เพื่อให้ชาวบ้านหลงเชื่อว่า พวกตัวมีฝีมือ ทำให้บ้านเมืองได้อยู่ดีกินดี แต่แทบจะไม่มีใครในบ้านนี้เมืองนี้ หลงเชื่อถือถ้อยคำของเขา ต่างพากันส่ายหัวไม่ยอมรับ ว่า “จริง” ตามที่โฆษณาหรือกล่าวอ้าง
มิหนำซ้ำ สวนดุสิตโพลวิทยาลัยของรัฐแท้ๆ ยังดันทะลึ่งไม่ไว้หน้ารัฐบาล ด้วยการวิจารณ์แบบขว้าง “ก้อนอิฐ” ใส่หัวกบาล ในวันที่หัวหน้ารัฐบาลโลซก เดินทางกลับจากการประชุมที่สหรัฐ ด้วยการให้นายอภิแสบ ภักดีโพเดียม “สอบตก” ในการบริหารประเทศเข้าไปอีก ...มันน่าหัวร่อจริงๆ!
ดังนั้น ความเชื่อถือในตัวหน้าหน้าแก๊งรัฐบาลโลซก ก็ตกต่ำหนักข้อเข้าไปอีก หาผู้คนยอมรับฝีมือในการบริหารประเทศของเขา แทบจะไม่ได้ นอกจากพวกไอ้ห้อยไอ้โหนที่มีผลประโยชน์ เช่น สื่อสารมวลชนบางส่วน ที่ได้รับอานิสงส์จากรัฐบาลโดยตรง เลยจำใจต้องเชียร์กัน แบบสุดลิ่มทิ่มประตู... จนน่าคลื่นไส้!
เมื่อนายกเขายายเที่ยง เข้ามาบริหารประเทศ ก็ทำได้แค่ประคองสถานการณ์ไม่ให้ทรุดหนักลงไปเท่านั้น จนกระทั่งพรรคดักดานอย่างประชาธิปัตย์ ที่ประกอบคุรุกรรมร่วมกับพันธมาร ในการชุมนุมป่วนชาติบ้านเมือง ด้วยการยึดสนามบินภาคใต้ เรื่อยมาจนถึงยึดถนน ยึดทำเนียบ และยึดสนามบินหลักของชาติ “สุวรรณภูมิ” และ “ดอนเมือง”
จนได้เข้าเถลิงอำนาจ ...เป็นรัฐบาลในที่สุด!
พฤติกรรมเหล่านี้ ต่างชาติเขารู้กันหมด ด้วยการเผยแพร่ข่าวสารของนักข่าวบ้านเขา ที่มาประจำในประเทศไทย ลองเข้าไปอ่านบทความของผู้สื่อข่าว BBC อย่าง โจนาธาน เฮด (Jonathan Head) ก็จะทราบถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของพรรคดักดานกับฝ่ายพันธมาร ขนาดขาใหญ่ของฝ่ายหลัง ถึงกับออกมาพูดอย่างเปิดเผยต่อสาธารณชนว่า
“ประชาธิปัตย์กับพันธมาร...เหมือนผัวเมียกัน!!!”
นอกจากคนที่เป็นหัวหน้ารัฐบาล แค่ไปยืนเกาะโพเดียมพูดจาในสหรัฐ ก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจ ให้กับอเมริกันชนได้ แต่ที่แย่สุดๆคือ
การ “คีบ” เอาหัวโจกพันธมารไปสหรัฐด้วย จะเป็นการไปเป็นผู้กำกับบท ให้คนเป็นหัวหน้ารัฐบาลในต่างแดน ตามที่เขาตั้งข้อกังขากัน ใช่หรือไม่นั้น? ตรงนี้ผมไม่ทราบ
แต่ถ้าไม่ใช่แล้ว... หนีบเอาไปด้วย...ทำไม!?
การเดินแต้มทางการเมืองอย่างนี้ เป็นความโง่อย่างสุดๆ เพราะเป็นการ “เปิดตัว” ให้ต่างชาติเขาเห็นกันถ้วนทั่วว่า แท้ที่จริงแล้ว ใครกันแน่ ที่เป็นคนจูงพรรคดักดานขึ้นมาเป็นรัฐบาล
“พันธมารใช่ไหม!?”
อยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า ทุกวันนี้คนเยอรมันปัจจุบัน ยังไม่เข้าใจว่า คนรุ่นพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ไปหลงเชื่อแค่คำพูดของ “ฮิตเลอร์” จนประเทศต้องเข้าสู่สงคราม และความพินาศฉิบหายป่นปี้ขนาดนั้น ได้อย่างไรกัน?
ย้อนมาดูเมืองไทยของเรา คนไทยบางส่วน ไปหลงเชื่อคำพูดของแกนนำพันธมาร หลงใหลได้ปลื้ม จนร่วมก่อกรรมทำเข็ญให้ชาติบ้านเมือง ซึ่งทำให้เศรษฐกิจ สังคม การเมืองและศักดิ์ศรีของชาติเรา ...เสียหายหนักอย่างนี้ ได้อย่างไรกัน? น่าคิดนะ!
การที่เยอรมัน “ล่มจม” เพราะพิษสงคราม แล้วกลับขึ้นมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งนั้น อยากจะบอกท่านผู้อ่านว่า เพราะเขานั้นเป็นชาติที่มีความรู้ ความอดทน และมีวัฒนธรรมแข็ง ญี่ปุ่นก็เช่นกัน!!
ท่านผู้อ่าน ที่เคารพรักครับ ถ้าชาติไทยของเรา มีเหตุจากการแบ่งสีแบ่งฝ่าย ทำให้ประชาชนต้องลุกขึ้นมา”ฆ่ากัน” ทำให้ประเทศที่เคยสุขสงบ ต้องพินาศฉิบหาย ย่อยยับ จนถึง “ล่มจม” เพราะ...สงครามกลางเมือง!
สถานการณ์อย่างที่ว่า ได้ปรากฏให้เห็นลางๆ แล้ว เพราะทุกวันนี้ ความเกลียดชังระหว่างหมู่ชนในชาติ กำลังเพิ่มองศาแห่งความร้อนแรงขึ้นทุกวัน หากเกิดเหตุฆ่ากันจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง ก็ยากที่จะแก้ไขสถานการณ์ ให้ฟื้นคืนกลับได้
ที่น่าห่วงมากก็เพราะ คนในบ้านเรานั้น เรื่อง “ความรู้” ก็ยังบกพร่องอยู่ อีกทั้ง “ความอดทน” ของชนในชาติ ก็ไม่เพียงพอที่จะแก้ไขสถานการณ์ร้ายแรง ไม่เหมือนประเทศเยอรมันและญี่ปุ่น ดังที่ผมยกตัวอย่างมา
แถมวัฒนธรรมของเราหรือ ก็ยังอ่อนแอ ถึงขั้นปวกเปียกเลยทีเดียว
ดังนั้น ถ้าชาติไทยต้อง “ล่มจม” กันแล้ว ยากที่จะฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติได้อีก...
ฟื้นยากจริงๆ...ลองนำไปคิดกันดู เถอะครับ!!
ส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมือง
ข่าวจากสื่อ
- เครือข่ายประชาธิปไตยแห่ผูกผ้าดำหน้าศาลรธน. จี้ทบทวนมติ
- นายกฯ เปิดงาน"เทศกาลเที่ยวเมืองไทยในปี 2555"
- "ศันสนีย์"โฆษกรัฐบาลคนใหม่เผยพร้อมประชาสัมพันธ์งาน รบ.เชิงรุก
- ชี้ทางออก"ปรองเดือด"สู่"ปรองดอง"
- เสื้อแดงแจ้งธาริตเอาผิดมาร์ค-สุเทพฐานสร้างความปั่นป่วน
- ห่วงบานปลาย คอป.ห้ามทัพ พท.-ศาลรธน.
- นปช.นัดชุมนุมขับไล่ศาล รธน. พร้อมล่ารายชื่อถอดถอนใน 2 สัปดาห์
- "พานทองแท้" สอนมวย "มาร์ค"-จี้ขอโทษประชาชน ฐานปล่อยส.ส.โชว์เถื่อนในสภา
- ใช้ปมแก้รธน. ยุบเพื่อไทย ดูดสส.ตั้งรบ.
- "สมศักดิ์ เจียมฯ" เสนอรบ.-สภา "ชน" ศาลรธน. จี้พท.-นปช.ทบทวนยุทธศาสตร์การเมืองทั้งหมด
- นิติราษฎร์" แถลงชี้-ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- นิติราษฎร์แถลงชี้คำสั่งศาลรธน.ชะลอแก้รธน. 'ไร้อำนาจ'
- งามแต้ๆ เจ้า! "นายกฯ ปู" แต่งชุดพื้นเมือง-ผ้าซิ่นสีชมพูแอ่วเมืองพะเยา ปชช.แห่ต้อนรับเพียบ (ชมภาพชุด)
- กกต.เชียงใหม่เตรียมรับรองผลเลือกตั้งส.ส.ใน 7 วัน-"เกษม" ขอบคุณปชช.
- "จาตุรนต์"ปลุกกระแสต้าน"รัฐประหาร" ชี้ปม"ศาลรัฐธรรมนูญ"สั่งสภาฯระงับพิจารณาร่างรธน.
- “จาตุรนต์” ชี้ อำนาจประชาชนถูกปล้น- “ชนชั้นนำ” ไม่อยากปรองดอง - คาดเกิด “ยุบพรรค” อีกรอบ
- "ปู"ทำบุญเปิดหอฉันวัดเชียงบาน ชาวพะเยากว่า2,000คนต้อนรับแน่น
- อาจารย์เกษียร เสียดาย "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" คิดได้แค่นี้หรือ..!?!
- ขึ้นป้ายไล่"หมอวรงค์"ทำคนพิษณุโลกอับอาย
- โลกออนไลน์ เบื่อหน่ายพฤติกรรม ส.ส. ศึกชิงเก้าอี้ประธานสภา
- "เรืองไกร" ฉวย! ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินสอบ "ณัฎฐ์" ดูคลิปหวิวในสภา อ้างนำความเสื่อมเสียมาสู่สภาฯ
- แกนนำนปช...."อย่าเป็นวัวลืมตีน"
- ข่าว"เหตุเกิดในมาเลเซีย" ข่าว"เมด อิน ไทยแลนด์" ข่าวกระพือ"ไฟใต้"
- "ณัฐวุฒิ" สวน "กรณ์" ขวางปรองดอง-ไม่ทวงข้อเท็จจริง "10เมษา" ตั้งแต่ยุค "รบ.อภิสิทธิ์"(ชมคลิป)
- เสียงก้องจาก 2 กูรู "ตุลาการ" ไม่มีอคติ ไม่มีล็อบบี้ ไม่มีใบสั่ง
- "ทักษิณ"เข้าสักการะพระธาตุหลวง-เผยซึ้งใจได้ทำบุญ แกนนำแดง อดีต ส.ส. แห่รับพรึบ (ชมคลิป)
- "จตุพร" ท้าตั้ง คตส.ตรวจสอบการทำงาน "มาร์ค-ชวน" เหมือนกับที่ทำกับ "ทักษิณ" ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
- "หาดใหญ่"อ่วมซ้ำ ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์กลางเมืองวอดเรียบ!
- "ทักษิณ"ทำบุญสีบชะตาที่ลาว ลั่นไม่นานเกินรอกลับไทย ขบวนแดงแห่ร่วมคึก
- “แม้ว” ทำบุญในลาวแฟนคลับเสื้อแดงแห่รับเพียบ
บทความจากสื่อ
- ประชาธิปัตย์...เปลี่ยนเถอะ !โดย ฐากูร บุนปาน
- กฤษฎีกาชี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งชะลอลงมติร่าง รธน.วาระ 3 ไม่เคยเกิดขึ้นในโลก บอกไร้ช่องทางต่อสู้
- เกม"แก้ รธน.291" สภาชน"ศาลรัฐธรรมนูญ" เกมค่ายกล′ยุบพรรค′?
- ปัญหา"มาตรา68" สกัด"ร่างแก้ไขรธน. แหลมคมจาก"นิติราษฎร์"
- งามหน้าสภาไทย ! เมื่อท่านประธานฯ ถูกจี้คาบัลลังก์
- แกะกล่อง "หัวใจสองสี" ขัตติยา สวัสดิผล
- "ทักษิณ-เพื่อไทย"ปรับแผน เปลี่ยน"รูปมวย"...รู้จัก"รอ" ย้ำภาพ"ฝ่ายมีเปรียบ"
- ฐากูร บุนปาน : เจรจา-ผิดตรงไหน?
- พระราชทานเครื่องราชฯ 'มหาปรมาภรณ์' แก่นายกฯ
- ซ่อนหลัง"หน้ากาก"
- ดร.โกร่ง คนเดินตรอก : การบริหารจัดการมหเศรษฐกิจ
- ยอดคลิกทะลุ! รวมข่าวที่มีคนอ่านมากที่สุดใน "มติชนออนไลน์" ประจำวันที่ 6เม.ย.2555
- วิเคราะห์ปัญหา-ค้นคว้าทางออกของเหตุความรุนแรงภาคใต้กับ "ชัยวัฒน์-รอมฎอน"
- ปฏิบัติการ "ป๋า" ภาค 2 สู้ "นารีพิฆาต" กับปากคำ "บิ๊กบัง" เรื่อง "ป๋า" และการเมืองแสนซับซ้อน ในมุม "ประยุทธ์"
- กลุ่มสตรีมองปมร้อน'โฟร์ซีซั่นส์'
- ดูกันชัดๆ บทบาทฝ่ายค้าน เล่นของ ว. 5 ปักทิ่ม ยิ่งลักษณ์ เอาให้ตาย!!
- ต่อสู้ 2 แนวทาง เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ กรณี โฟร์ซีซั่นส์
- นิวัฒน์ธำรง-ลงธรรมาสน์ ธุดงค์ในทำเนียบ เผยแพร่ลัทธิเพื่อไทย กางสูตรรัฐบาล + พล.อ.เปรม = การเมืองนิ่ง
- ยกร่าง′รัฐธรรมนูญ′ และความห่วงใย ล็อกสเปก′สภาร่างฯ′
- "กุนซือ" คิด "ปคอป." พูด ข้อมูล-คีย์เวิร์ด "เยียวยา"